|
Written by Administrator
|
|
Thursday, 19 March 2009 14:55 |
หากพูดถึงรถยนต์ระดับหรูหราล่ะก็ ไม่พ้นชื่อนี้แน่ๆ... เมอร์ซิเดนซ์ เบนซ์... และหากพูดถึงเบนซ์ ตัวชูโรง ตัวทำเงิน ของเค้าก็แน่นอน... เจ้า อี-คลาส.. ซึ่งติดอันดับรถหรูขายดีที่สุดในโลก ที่ขายมาได้ทั้ง 8 เจนเนอเรชั่น รวมแล้วถึง 10 ล้านคัน แล้วนะเนี่ย... การกำเนิดของรถรุ่นจึงกลายนี้เป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ เนื่องจากมันถือเป็นมาตรฐานของตลาดรถยนต์ระดับนี้ ไปแล้วนั้นเอง แล้วมาตรฐานอะไรใหม่จะเกิดขึ้นกับตลาดรถหรูกันล่ะทีนี้... ต้องลองมาดูกัน
| Mercedes E-Klass W212 | รหัสใหม่ที่เพิ่งคลอดออกมานี้ มีรหัสประจำกายว่า W212 เจ้าตัวนี้เกิดมาพร้อมกับแนวคิดที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันสรุปได้ 3 ประการคือ ปลอดภัย ปรนนิบัติ และ ประหยัดสุดๆ (ขาดไม่ได้แม้ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮโซ)
โดยผู้ผลิตได้อัดเทคโนโลยีเข้าไปแบบไม่ยั้ง เพื่อตอบสนองกับแนวคิดทั้ง 3 ให้ได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังหนีคู่แข่งไปได้อีกหน่อย และที่สำคัญ มันดึงเงินในกระเป๋าป๋าๆ ได้ดีอีกด้วย
การออกแบบ
ขอเริ่มจากการออกแบบเหมือนอย่างเคยดีก่า... หากจำกันได้ อี-คลาส รหัส W124 ได้เคยออกแบบ "ไฟท้ายสามเหลี่ยมบรรลือโลก" มาแล้ว.. มันทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์สั่นสะเทือน กล่าวคือ... รถมากมายหลายยี่ห้อ ใส่ไฟท้ายแบบนั้นเข้าไปกันใหญ่ และต่อมา ก็เจ้า อี-คลาส W210 ตากลมๆ ก็ทำให้รถยี่ห้ออื่นๆ อีกไม่น้อย ทำตาบ้องแบ๊วออกมากันประปราย |  | ถึงคราว เจ้า อี-คลาส ตัวใหม่นี้ มันก็มาพร้อมกับปรากฏการณ์ ใหม่อีกแล้วครับท่าน... ขอเรียกว่า "ตาแหลมเหลี่ยม" ละกัน โดย ลักษณะคล้ายกับการนำไฟหน้าของเจ้ารถสปอร์ทสุดไฮโซ เอสแอล R230 (ตัวไมเนอร์เชนจ์) มาผ่าออกเป็นสองส่วน เพื่อล้อกับการออกแบบไฟรีคู่ ของเดิมของเจ้า อี-คลาสตัวก่อน (W211) นั่นเอง
แต่เจ้า W212 ตัวนี้กลับละทิ้งการออกแบบไฟท้ายสามเหลี่ยมบรรลือโลกซะแล้ว... โดยใส่ไฟท้ายรูปทรงผู้ใหญ่ๆ ธรรมด๊า ธรรมดา ลงไปแทน และที่แย่ไปกว่านั้นหากตามท้ายเจ้าคันนี้แล้วไม่เห็นตราเบนซ์ ก็อาจคิดว่าเป็นโตโยต้าคราวน์ได้ เนื่องจากว่า ไฟท้ายแบบบั้งๆ อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเบนซ์นั้นหายไปโดยสิ้นเชิง... เหลือแค่การใช้หลอด LED มาเรียงเป็น เส้นๆ แทน... ว้า... แย่จัง... |  | | ส่วนรูปร่างทรวดทรงเส้นสายโดยรอบๆ ก็ออกไปทาง ซี-คลาสตัวใหม่มากกว่าที่จะเป็น เอส-คลาสอ่ะนะ... อันนี้คงจะเป็นแนวทาง การออกแบบต่อไปข้างหน้าของทางผู้ผลิตเค้านั่นเอง แต่เค้าได้แอบเสน่ห์แนวเรโทรเอาไว้นิดนึงตรงซุ้มล้อหลัง ที่มีแนวโค้ง ล้อเลียนกับเบนซ์ W120 ในปี 1953 ซะด้วย |  |  | | ภายในนั้นน่าสนใจมากๆ เนื่องจากครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการปฏิวัติ อี-คลาสประหาร ครั้งใหญ่กันเลย การตกแต่งภายในถูก ออกแบบให้หรูหราแบบใน เอส-คลาส แล้ว... ควรปรบมือให้ดังๆ สำหรับผลงานในครั้งนี้ และยังรวมถึงการจัดวางอุปกรณ์ ควมคุมต่างๆ ก็เหมือนกับใน เอส-คลาส เช่น จอแสดงผลขนาดใหญ่ที่คอนโซลกลาง คันเกียร์อยู่ที่คอพวงมาลัย |  | เครื่องยนต์แรงๆ สะอาดๆ
เครื่องยนต์ทั้งหมดถูกออกแบบให้รักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น... พวกมันจึงทั้งประหยัดและปล่อยมลพิษน้อยลง ตัวอย่างเครื่องที่จะใส่ ลงไปก็คือ E250 CDI ซึ่งให้พลัง 204 แรงม้า กับแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร ซึ่งมีแรงมากกว่าเครื่องดีเซลวี 6 ตัวเก่า ถึง 25% แต่ประหยัดกว่าเดิม 23% ปล่อยไอเสีย CO2 139 กรัม ต่อกิโลเมตร ซึ่งผ่านมาตรฐาน EURO 5 ได้แล้วด้วย
ส่วนเครื่องใหญ่มาหน่อยอย่าง E350 BlueTEC สามารถผ่านมาตรฐาน EURO 6 ได้เลยซะด้วยซ้ำ... แต่เจ้าระบบ BlueTEC เนี่ย... ไม่รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากไหม๊น๊า....
เทคโนโลยีเน้นความปลอดภัย
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ารถเบนซ์นั้นให้ความปลอดภัยกับผู้ขับขี่มากอยู่แล้ว แต่เจ้า W212 นั้นยิ่งน่าประทับใจ เนื่องจากผู้ผลิตคิด อะไรๆ ได้ก็ใส่เข้าไปให้หมด แต่แนวคิดหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยก็คือ "เซ็นเซอร์" ซึ่งจะคอยตรวจ จับอาการผิดปรกติของการขับขี่ และพยายามเข้าไปช่วยแก้ไขให้อย่างรวดเร็วมาก
จากเซ็นเซอร์มากมาย ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆ นำมาวิเคราะห์เป็นค่าต่างๆ มากกว่า 70 ค่า และสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับตัว รถให้เหมาะกับสภาพการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นของทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนร่วมด้วย
ตัวอย่างของระบบพวกนี้ก็เช่น ระบบตรวจจับการขับขี่ให้อยู่ในเลน หรือ Lane Keeping Assist ระบบควบคุมความเร็ว อัตโนมัติ Distronic Plus รักษาระยะห่างให้เราหรือเตือนเมื่อเข้าใกล้วัตถุด้านหน้าแบบอันตราย ระบบ Pre-Safe ที่ สามารถเบรคให้เราเมื่อรถคำนวนแล้วว่าชนแน่ๆ ถ้าไม่เหยียบเบรค ระบบต่างๆ อื่นๆ อีกมากมายพูดมากเด๋วไม่จบ | | ที่มา : เว็บไซท์เมอร์ซิเดสซ์ |
|