A Free Template From Joomlashack

A Free Template From Joomlashack

หน้าใหม่ ตำแหน่งใหม่ ในร่างเดิม
Written by Administrator   
Thursday, 19 March 2009 14:35
A-Class มันดูเหมือน Honda Jazz ไปหน่อย... B-Class ก็เหมือนกับ A-Class เกินไป... C-Class ก็น่าสนใจอยู่นะ... แต่มันออกจะโหลไป ใครๆ ก็ขับ รูปร่างก็ดูกลืนไปกับรถยี่ปุ่นอื่นๆ ส่วน SLK ก็ใช้งานประจำวันยากไปหน่อย เก็บของได้น้อย... มาถึงพี่ E-Class ก็คันใหญ่ไป สงวนเอาไว้ให้เป็น รถโรงแรมอ่ะดีแล้ว... ประมาณว่า องุ่นเปรี้ยวน่ะ... จริงๆ แล้วมันแพงต่างหาก... ดังนั่นคงไม่ต้องไป ถึง CLK ดีกว่า... เฮอะ เฮอะ...
Mercedes CLC
ลืมอะไรไปอ๊ะป่าว... แล้ว C-Class แบบคูเป้ล่ะ... เหมาะไหม๊... มันคือรถขนาดกระทัดรัด 2 ประตูดู เท่ห์พอสมควร หลังแบบแฮทช์แบคบรรทุกของได้หลายอยู่ แถมนั่งได้ตั้ง 4 คน และที่สำคัญ... ตอน นี้ทางเมอร์ซิเดส เบนซ์ เค้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้ชื่อเสียงเรียงนามที่บันเทิงหูดีเหลือเกินว่า CLC... ฟังดูแพงเชียวนะเนี่ย...
จริงๆ แล้วเค้าก็เปลี่ยนแต่ชื่อนั่นแหละ เพื่อผลทางด้านการตลาดอ่ะนะ... ว่ากันง่ายๆ มันก็คือ C คูเป้รุ่นใหม่นั่นแหละ... เปลี่ยนชื่อแล้วจะขายดีขึ้นหรือไม่ก็ไม่รู้หล่ะ แต่ที่แน่ๆ มันมีอะไรให้น่าดูเยอะ ใช้ได้เลย...

การออกแบบ

เนื่องจากมันได้รับอิทธิพลของการออกแบบ C-Class รุ่นปัจจุบัน W204 ดังนั้นหน้าตามันก็เหมือนกัน เลย เพียงแต่ใส่รูปร่างแบบ 2 ประตูแฮทช์แบคเข้าไป หรือจะเรียกว่า 3 ประตูก็ได้ แต่ที่ด้านท้ายกลับ ออกจะคล้ายๆ กับ B-Class มากกว่า เนื่องจากไฟที่ถูกเสริมให้ยาวขึ้น
ส่วนเรื่องโครงร่างของเจ้า CLC... เออ.. แหมไม่อยากบอกเท่าไหร่... เพราะมันคือเจ้า C-Coupe รุ่นก่อน มาแปะหน้ารุ่นใหม่เข้าไปนั่นเอง... อิอิ.. แต่เค้าก็ดีไซน์เส้นสายต่างๆ ให้เข้ากับหน้า ตาที่ดูคมคายของมัน ทำให้เส้นสายทั้งคันมีคมสันที่สวยงาม ดูน่าเกรงขามขึ้นกว่าเก่าอยู่มากทีเดียว... พอไหวน่า.. น๊ะ...

แต่อย่าเข้ามาดูภายในนะ... เพราะมันเหมือน C-Coupe รุ่น W203 เด๊ะๆ เลย จะต่างกันก็เรื่องอุปกรณ์ ไฮเทคที่ใส่เพิ่มเข้าไปนิ๊ดหน่อยเท่านั้นเอง
เครื่องยนต์ซิ.. ถึงจะน่าฟัง

เครื่องที่ถูกจับใส่เข้าไปในเจ้า CLC มีให้เลือกมากถึง 6 ขนาดคือ

CLC 200 CDI ขนาด 2148 ซีซี 4 สูบเรียง 122 แรงม้า แรงบิดที่ 270 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 206 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 11.3 วินาที

CLC 220 CDI ขนาด 2148 ซีซี 4 สูบเรียง 150 แรงม้า แรงบิดที่ 340 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.7 วินาที

CLC 180 Kompressor ขนาด 1796 ซีซี 4 สูบเรียง 122 แรงม้า แรงบิดที่ 230 นิวตันเมตร ที่ 2.500-4,200 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.7 วินาที

CLC 200 Kompressor ขนาด 1796 ซีซี 4 สูบเรียง 184 แรงม้า แรงบิดที่ 250 นิวตันเมตร ที่ 2,800-5,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.6 วินาที

CLC 230 ขนาด 2496 ซีซี 6 สูบวี 204 แรงม้า แรงบิดที่ 245 นิวตันเมตร ที่ 2,900-5,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.4 วินาที

CLC 350 ขนาด 3498 ซีซี 6 สูบวี 272 แรงม้า แรงบิดที่ 350 นิวตันเมตร ที่ 2,400-5,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 250 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.3 วินาที

เกียร์ก็น่าโยก

เกียร์ที่จะมาประกบกับเครื่องต่างๆ เหล่านี้มีหลายลูก โดยมีเกียร์ธรรมดาแบบ 6 จังหวะเป็นมาตรฐาน และ สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ เราสามารถเลือกเกียร์แบบอัตโนมัติ 5 จังหวะก็ได้ และสำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ สามารถเลือกเกียร์สุดไฮเทคของเบนซ์ 7G-Tronic หรือเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 จังหวะได้ด้วย

พวงมาลัยไฮเทค เทคโนโลยีเด่นใน CLC

เรื่องเทคโนโลยีเนี่ย... เบนซ์เค้าก็มีชื่ออยู่แล้น... และใน CLC ใหม่นี้ เค้าก็ได้ชูเทคโนโลยีใหม่ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Direct-Steer System หรือ ระบบบังคับเลี้ยวโดยตรง

ระบบนี้ใช้พื้นฐานมาจากระบบพวงมาลัยแปรตามความเร็ว Speed-Sensitive Power Steering ที่จะปรับการ ทำงานของระบบช่วยเลี้ยวโดยดูจากความเร็วที่รถเคลื่อนที่ เช่นในความเร็วต่ำพวงมาลัยก็จะเบา หมุนสบายมือ ส่วนในความเร็วสูง พวงมาลัยก็หนักขึ้นมั่นคงขึ้น

และในระบบใหม่ก็จะแถมระบบปรับการทดเกียร์ให้กับพวงมาลัยด้วย เช่น เมื่อเราจะหมุนพวงมาลัยไม่เกิน 5 องศา ล้อจะหมุนไม่เยอะมาก แต่ถ้าหมุนพวงมาลัยมากกว่า 5 องศา แต่ไม่เกิน 100 องศา อัตราทดก็จะเพิ่มให้ เป็นลำดับจนถึง 30% ทำให้การตอบสนองเร็วขึ้น ล้อหมุนในอัตราทดที่สูงขึ้น และถ้าหมุนมากกว่า 100 องศา ก็จะเหมือนไม่ได้ทดเลย

และเมื่อรวมกับระบบแปรตามความเร็วด้วย มันก็คือระบบพวงมาลัยที่ทั้งสะดวกสบาย เบายามขับขี่แบบชิวๆ และมั่นคง ฉับไว ยามเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ฟังดูคุ้นๆ คล้ายๆ กับระบบพวงมาลัยแปรผัน Active Steering ของ ค่ายบีเอ็มดับบริวเลยเนอะ...

ความไฮเทคอื่นๆ ก็เพียบ

หากเราสั่งซื้อรุ่นท็อปแถมฟูลออฟชั่น... เราก็จะได้ตามนี้ครับ
ไฟหน้าไบ-ซีนอนปรับเลี้ยวตามล้อ ระบบเลี้ยวที่ว่ามาด้านบน ระบบช่วยการทรงตัว ESP พร้อมเตือนลมยางอ่อน ระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบลดแรงรัดของเข็มขัดนิรภัย เข็มขัดนิรภัยระบบดึงกลับอัตโนมัติ

ถุงลมนิรภัยปรับแรงดันอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมขนาดใหญ่เบิ่ม ระบบตัดการทำงานของถุงลมผู้โดยสารหน้าเมื่อไม่มีผู้โดยสารนั่งหรือเมื่อมีการติดตั้งเก้าอี้เด็ก

ระบบควบคุมอุณหภูมิภายในรถอัตโนมัติ THERMATIC มีแบบ 2 โซน ให้เลือกด้วย ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง GPS โทรศัพท์ และอื่นๆ บนพวงมาลัย แถมมีระบบควบคุมการทำงานด้วยเสียงพูดของเราเองก็ได้ เค้าเรียกว่า LINGUATRONIC

ชุดต่อพ่วงอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่างๆ บลูทูธสำหรับโทรศัพท์มือถือ เครื่องนำทาง GPS มีฮาร์ดดิสก์ในตัว ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศ Dolby 5.1 พร้อม DVD
เก้าอี้หน้าทั้งสองตัวจำต่ำแหน่งคนนั่งได้ แถมจำตำแหน่งพวงมาลัยและกระจกข้างให้ด้วย หลังคาแก้วพานอรามิกกว้างราวกับเปิด หลังคาได้ ระบบช่วยจอดทั้งถอยและเดินหน้า

ยังไม่พอ... เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONIC และสีภายนอกแบบนาโน ทดรอยขนแมวและเงาวั๊บ...
ที่มา : เว็บไซท์เมอร์ซิเดส เบนซ์ เยอรมัน
 
Joomla 1.5 Templates by Joomlashack